- สันคลื่น (Crest) คือ ตำแหน่งสูงสุดของคลื่น หรือเป็นตำแหน่งที่มีการกระจัดสูงสุดในทางบวก
- ท้องคลื่น (Trough) คือ ตำแหน่งต่ำสุดของคลื่น หรือเป็นตำแหน่งที่มีการกระจัดสูงสุดในทางลบ
- แอมพลิจูด (Amplitude) คือ ระยะการกระจัดมากสุด ทั้งค่าบวกและค่าลบ
- แอมพลิจูด คิดค่าเป็นบวกตลอด
- แอมพลิจูด มีค่าเท่ากับขนาดของการกระจัดมากสุด
- ขณะที่คลื่นกำลังเคลื่อนที่ไป ถ้าคิดว่าพลังงานคลื่นไม่มีการสูญเสีย แอมพลิจูดของคลื่นจะมีค่าคงที่
- ถ้าแอมพลิจูดสูง แสดงว่า พลังงานของคลื่นมีค่ามาก
- ถ้าแอมพลิจูดต่ำ แสดงว่า พลังงานของคลื่นมีค่าน้อย
- ค่าของแอมพลิจูดขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดคลื่น (พลังงานคลื่น α A2 )
- คลื่นน้ำ แอมพลิจูด แสดง ความสูงต่ำของการกระเพื่อมของน้ำ
- คลื่นเสียง แอมพลิจูด แสดง ความดังค่อยของเสียง
- คลื่นแสง แอมพลิจูด แสดงความเข้มของแสง (มืด-สว่าง)
- ความยาวคลื่น (wavelength) คือ ความยาวของคลื่นหนึ่งลูกมีค่าเท่ากับระยะระหว่างสันคลื่นหรือท้องคลื่นที่อยู่ถัดกับความยาวคลื่น มีหน่วยเป็นเมตร (m)
- วิธีการวัดความยาวคลื่นอาจวัดได้หลายแบบ เช่น
- วัดจากสันคลื่นถึงสันคลื่นถัดไป
- วัดจากท้องคลื่นถึงท้องคลื่นถัดไป
- วัดจากตำแหน่งใด ๆ บนคลื่นที่มีเฟสต่างกัน 360 องศา
- วิธีการวัดความยาวคลื่นอาจวัดได้หลายแบบ เช่น
- ความถี่ (frequency) คือ จำนวนลูกคลื่นที่เคลื่อนที่ผ่านตำแหน่งใด ๆ ในหนึ่งหน่วยเวลา มีหน่วยเป็นรอบต่อวินาที (s-1) หรือ เฮิรตซ์ (Hz)
- คาบ (period) คือ ช่วงเวลาที่คลื่นเคลื่อนที่ผ่านตำแหน่งใด ๆ ครบหนึ่งลูกคลื่น มีหน่วยเป็นวินาทีต่อรอบ (s)
- คาบ = 1 / ความถี่ , T = 1 / f
- อัตราเร็วของคลื่น (wave speed) คือ ผลคูณระหว่างความยาวคลื่นและความถี่
- v = s / t >> ใน 1 วินาที มีคลื่นออกมา 1 ลูก เคลื่อนที่ได้ λ เมตร ดังนั้น ใน 1 วินาที เคลื่อนที่ได้ f λ
- v = λ , T = f λ
- v คือ อัตราเร็วคลื่น (หน่วยเป็น เมตรต่อวินาที)
- s คือ ระยะทาง (หน่วยเป็น เมตร)
- t คือ เวลา (หน่วยเป็น วินาที)
- f คือ ความถี่ (หน่วยเป็น รอบต่อวินาที หรือ เฮิรตซ์)
- λ คือ ความยาวคลื่น (หน่วยเป็น เมตร)
- T คือ คาบเวลา (หน่วยเป็น วินาที)
เฟส เป็นคำที่ใช้เรียกตำแหน่งใด ๆ บนคลื่น โดยมีลักษณะเป็นรอบและมีความสัมพันธ์กับการกระจัดของการเคลื่อนที่นั้น θ = มุมหรือเฟส


- ความถี่การสั่นของตัวกลาง เท่ากับ ความถี่ของคลื่น
- ขณะตัวกลางสั่นกลับไปกลับมาความเร่งเนื่องจากการสั่นจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กล่าวคือ
- เมื่อสั่นได้ไกลสุด (มีขนาดการกระจัดมากสุดหรืออยู่ที่ตำแหน่งสูงสุดหรืออยู่ที่ตำแหน่งต่ำสุด) จะมีความเร่งมากสุด
- เมื่อแนวสมดุล (ขนาดการกระจัดมีค่าเป็นศูนย์) ความเร่งจะมีค่าเป็นศูนย์
- ขณะตัวกลางสั่นกลับไปกลับมา ความเร็วเนื่องจากการสั่นจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กล่าวคือ
- เมื่อสั่นได้ไกลสุด (มีขนาดการกระจัดมากสุดหรืออยู่ที่ตำแหน่งสูงสุดหรืออยู่ที่ตำแหน่งต่ำสุด) จะมีความเร็วเป็นศูนย์
- เมื่ออยู่แนวสมดุล (ขนาดการกระจัดมีค่าเป็นศูนย์) ความเร็วจะมีค่ามากสุด
เฟสตรงกัน หมายถึง ตำแหน่งใด ๆ ที่มีทิศการสั่นไปทางเดียวกันและมีการกระจัดเท่ากัน (ขนาดการกระจัดเท่ากันและทิศการกระจัดไปทางเดียวกัน)

- เฟสตรงกัน อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเฟสเดียวกัน หรือความต่างเฟสคงที่
- จากรูป
- O, A, B มีเฟสตรงกัน
- C, D, E มีเฟสตรงกัน
- F, G มีเฟสตรงกัน
จุดใด ๆ ที่มีเฟสตรงกัน จะมี
- ทิศการสั่นไปทางเดียวกันและมีการกระจัดเท่ากัน
- ระยะทางต่างกันเท่ากับ λ, 2λ, 3 λ…n λ
- n คือ เลขจำนวนเต็ม 1,2,3,…
- λ คือ ความยาวคลื่น
- เวลาต่างกันเท่ากับ T,2T,3T,…nT
- n คือ เลขจำนวนเต็ม 1,2,3,…
- T คือ คาบเวลา
- มุมต่างกันเท่ากับ 2π, 4 π, 6 π…n(2 π)
- n คือ เลขจำนวนเต็ม 1,2,3,…
- π = 1800
- 2 π = 3600
เฟสตรงข้ามกัน หมายถึง ตำแหน่งใด ๆ ที่มีทิศการสั่นตรงข้ามกัน และมีการกระจัดเท่ากัน (ขนาดการกระจัดเท่ากัน และทิศการกระจัดไปทางเดียวกัน)

- จากรูป
- A, B มีเฟสตรงข้ามกัน
- C, D มีเฟสตรงข้ามกัน
- E, F มีเฟสตรงข้ามกัน
จุดใด ๆ ที่มีเฟสตรงข้ามกัน จะมี
1.ทิศการสั่นตรงข้ามกันและมีการกระจัดเท่ากัน
2.ระยะทางต่างกันเท่ากับ

- n คือ เลขจำนวนเต็ม 1,2,3,…
- λ คือ ความยาวคลื่น
3. เวลาต่างกันเท่ากับ

- n คือ เลขจำนวนเต็ม 1,2,3,…
- T คือ คาบเวลา
4. มุมต่างกันเท่ากับ π,3 π,5 π… (n-1/2)2π
- n คือ เลขจำนวนเต็ม 1,2,3,…
- π =180
- 2π =360
เฟสต่างกัน หมายถึง จุดใด ๆ ที่มีเฟสไม่ตรงกัน และไม่ตรงข้ามกัน

- X,Y,Z มีเฟสต่างกัน
เราสามารถคำนวณหาความต่างเฟสระหว่างจุดสองจุดได้จาก

- เมื่อทราบระยะห่าง

- เมื่อทราบเวลา
- โดยที่
- θ1 = เฟสเริ่มต้น
- θ2 = เฟสสุดท้าย
- λ = ความยาวคลื่น
- T = คาบเวลา
- ΔX = ระยะห่าง
- Δt = ช่วงเวลา